Active learning

Active learning แบบไฮสโคป (HighScope)

          เด็กเกิดการเรียนรู้ได้ดีที่สุดจากการลงมือทำด้วยตนเอง ไม่ใช่แค่มองดูหรืออ่าน การลงมือทำอะไรบางอย่างในแต่ละครั้ง เด็กจะได้รับทั้งความรู้และประสบการณ์ สามารถจดจำและนำความรู้นั้นออกมาใช้ซ้ำได้อย่างง่ายดาย ไฮสโคปจึงเน้นการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำอย่างมีชีวิตชีวา (Active Participatory Learning) ในกิจกรรมต่างๆ ที่จัด เพื่อมุ่งพัฒนาศักยภาพของเด็กให้เต็มที่
          การจัดการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำอย่างมีชีวิตชีวาตามหลักการของไฮสโคป ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ ได้แก่
1. ทางเลือก (Choice) คือ เปิดโอกาสให้เด็กได้เลือกสื่อ อุปกรณ์ที่อยากใช้ และทำสิ่งที่ต้องการด้วยตนเอง เช่น เลือกหนังสือนิทานที่อยากฟัง เลือกมุมที่จะเล่น เลือกสื่อที่อยากใช้งาน
2. สื่อ วัสดุ อุปกรณ์ (Material) คือ ควรมีความหลากหลาย จำนวนที่มากพอและเหมาะกับวัย ให้เด็กสามารถเลือกมาเล่นหรือใช้งานได้ตามต้องการ เช่นในมุมบล็อกมีทั้งเลโก้ ตัวต่อท่อ บล็อกไม้ ตุ๊กตาคน สัตว์จำลอง เพื่อให้เด็กสามารถเล่นและสร้างผลงานได้ตามจินตนาการ
3. การจัดกระทำผ่านประสาทสัมผัส (Manipulation) คือ เด็กมีโอกาสได้ใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ในการหยิบจับ สำรวจ หรือเล่นกับสื่อ อุปกรณ์ต่างๆ เช่น ดมกลิ่นและชิมรสผลไม้ หยิบจับช้อนปลูกเพื่อตักดิน ใช้แว่นขยายส่องดูปลา
4. ภาษาและการคิดของเด็ก (Child language and thought) คือ เด็กสื่อสารด้วยคำพูดหรือท่าทาง เพื่ออธิบายสิ่งที่เห็น สิ่งที่คิด หรือสิ่งที่ทำ เช่น เด็กพูดคุยถึงสิ่งที่เล่นอยู่กับคุณครู เด็กบอกเล่าวิธีการเล่นหรือสร้างผลงานของตนเอง หรือเด็กเล่นบทบาทสมมติกับผู้ใหญ่
5. การสนับสนุนจากผู้ใหญ่ (Adult Scaffolding) คือ ผู้ใหญ่ส่งเสริมให้เด็กสามารถพัฒนาความสามารถไปสู่ขั้นที่สูงขึ้นได้ เช่น เด็กไม่สามารถกระโดดสองขาได้ ครูจับมือเด็กพากระโดสองขาไปด้านหน้า หรือเด็กต่อบล็อกแล้วล้มเพราะไม่สมดุล คุณครูลองต่อให้ดูเป็นตัวอย่างแล้วชวนเด็กสังเกตวิธีการต่อของครู (แต่ไม่ได้บอกว่าต่ออย่างไร)

"ทางเลือก" หนึ่งในองค์ประกอบ 5 ข้อของ Active learning แบบไฮสโคป (HighScope)

          ทางเลือก (Choice) คือ การที่ผู้ใหญ่เปิดโอกาสให้เด็กได้เลือกสื่อ วัสดุ อุปกรณ์ที่อยากใช้ และเปิดโอกาสให้ทำสิ่งที่เด็กต้องการด้วยตนเอง เด็กริเริ่มกิจกรรมจากความสนใจหรือความตั้งใจของตนเอง เด็กเลือกวัสดุ อุปกรณ์ด้วยตนเอง เด็กตัดสินใจว่าจะใช้วัสดุ อุปกรณ์เพื่อทำอะไร เช่น เลือกหนังสือนิทานที่อยากฟัง เลือกมุมที่จะเล่น เลือกสื่อที่อยากใช้งาน การที่เด็กเลือกว่าจะทำอะไร เล่นอะไร ใช้อุปกรณ์ใดในการเล่น มีส่วนสำคัญต่อการเรียนรู้ของเด็กตั้งแต่การที่เด็กใช้ความพยายามไปจนกระทั่งเรื่องของความสนใจและการตั้งเป้าหมายของเด็กแต่ละคน
          ตัวอย่างเช่น ในห้องเรียนระหว่างกิจกรรมวางแผน – ปฏิบัติ – ทบทวน (Plan – Do – Review) เด็กมีอิสระที่จะเลือกอุปกรณ์ที่ใช้เขียนตามที่ต้องการ ไม่มีเด็กคนอื่นในมุมศิลปะใช้ซองจดหมายและปากกามาร์คเกอร์ (เด็กคนหนึ่งวาดรูป, สองคนเล่นสติกเกอร์, ส่วนอีกคนเล่นตัวอักษรไม้) การเลือกใช้ซองจดหมายกับปากการจึงเป็นการเลือกที่แน่วแน่ของเด็กเอง
          ดังนั้น เราสามารถจัดสภาพแวดล้อมของห้องเรียนหรือมุมต่างๆ ให้มีสื่อ วัสดุ อุปกรณ์ที่หลากหลาย จำนวนมากพอ มีความน่าสนใจ และสามารถนำมาใช้ร่วมกัน เพื่อให้เด็กสามารถเลือกเล่น หรือเลือกวัสดุ อุปกรณ์ออกมาใช้งานร่วมกันตามความคิดริเริ่มของเด็กได้
          หรือการออกแบบกิจกรรมอื่นๆ ที่เปิดโอกาสให้เด็กเลือกทำอะไรบางอย่างได้ตามความต้องการและความสนใจ เช่น การเล่นน้ำ ครูออกแบบกิจกรรมที่หลากหลายไว้ให้เด็กเลือกเล่น (ตักลูกแก้ว, คีบสัตว์จำลอง, กรอกน้ำลงท่อ, กรอกน้ำใส่ขวด) หรือเตรียมอุปกรณ์ที่หลากหลายไว้สำหรับการเล่น (ขวดน้ำหลายๆ ขนาด, ฟองน้ำ, แก้วน้ำ, ช้อนสำหรับเล่นกรอกน้ำ)

"สื่อ วัสดุ อุปกรณ์" หนึ่งในองค์ประกอบ 5 ข้อของ Active learning แบบไฮสโคป (HighScope)

          การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำอย่างมีชีวิตชีวา (Active Participatory Learning) ของหลักสูตรไฮสโคป เป็นแนวทางของประสบการณ์และกิจกรรมที่ผู้ใหญ่กับเด็กมีส่วนร่วมในการใช้เวลาร่วมกัน เน้นการพัฒนาศักยภาพของเด็กอย่างเต็มที่ มี 5 องค์ประกอบได้แก่ ทางเลือก (Choice), สื่อ วัสดุ อุปกรณ์ (Material), การจัดกระทำผ่านประสาทสัมผัส (Manipulation), ภาษาและการคิดของเด็ก (Child language and thought) และการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ (Adult Scaffolding)
          การจัดเตรียมสื่อ วัสดุ อุปกรณ์ (Material) ให้เหมาะสมกับวัย หลากหลาย และจำนวนมากพอสำหรับให้เด็กเลือกใช้สื่อ วัสดุ อุปกรณ์เพื่อทำตามความต้องการหรือความตั้งใจของเด็กเอง การเรียนรู้ของเด็กเพิ่มขึ้นจากการที่เด็กได้มีปฏิสัมพันธ์ จัดกระทำหรือทำบางสิ่งบางอย่างกับสื่อ วัสดุ อุปกรณ์เหล่านี้ ในห้องเรียนหนึ่งที่ครูจัดเตรียมสื่อ วัสดุ อุปกรณ์ที่หลากหลายเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนพัฒนาการด้านการเขียนของเด็ก เช่น อุปกรณ์และเครื่องเขียนต่างๆ สื่อสามมิติสำหรับการเล่นและสร้างตัวอักษร ซึ่งเครื่องเขียนที่หลากหลายพรั่งพร้อม แสดงถึงการที่ผู้ใหญ่ตั้งใจกระตุ้นเด็ก และครูยังบันทึกไว้ว่าเด็กๆ หลายคนเลือกที่จะเข้าไปเล่น และใช้สื่อ วัสดุ อุปกรณ์เหล่านี้
          ตัวอย่างเช่น ในมุมศิลปะ ครูเตรียมลูกปัดไม้ ลูกปัดพลาสติกขนาดใหญ่ ขนาดเล็ก สีสันต่างๆ หลอดที่ตัดขนาดสั้น – ยาวต่างกัน ไว้ให้เด็กเลือกมาร้อยเป็นสร้อยคอ สร้อยข้อมือ มงกุฎหรือแม้แต่เอามาประดับบนดินน้ำมันเพื่อทำเป็นเค้ก หรือในมุมบล็อกที่จัดเตรียมทั้งบล็อกไม้ ตัวต่อพลาสติก หรือตัวต่อแบบอื่นๆ ไว้ให้เด็กเลือกเล่น และยังมีตุ๊กตาคน ตุ๊กตาสัตว์ให้เด็กได้ใช้ต่อร่วมกับบล็อกที่มีอยู่ ไม่ใช่แค่ต่อบล็อก แต่เด็กยังสามารถสร้างสรรค์เรื่องราวได้จากสิ่งที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นสวนสัตว์ ร้านขายสัตว์ บ้านคน สถานีรถไฟ
          เราสามารถจัดเตรียมสื่อ วัสดุ อุปกรณ์ที่หลากหลาย จำนวนมากพอ มีความน่าสนใจ และสามารถนำมาใช้ร่วมกัน เพื่อให้เด็กสามารถเลือกวัสดุ อุปกรณ์ออกมาใช้งานร่วมกันตามความคิดริเริ่มของเด็กได้ เช่น สิ่งของต่างๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน วัสดุธรรมชาติ สิ่งที่เลอะเทอะ, เหนียว, เหนอะหนะ, เปียก ของหนักๆ หรือชิ้นใหญ่ๆ อุปกรณ์ที่ใช้งานง่ายๆ
          ที่สำคัญนอกจากจะเตรียมสื่อ วัสดุ อุปกรณ์ที่หลากหลายและจำนวนมากพอแล้ว ยังต้องจัดพื้นที่และช่วงเวลาที่เด็กได้ใช้สื่อ วัสดุ อุปกรณ์ต่างๆ นั้นอีกด้วย ถึงแม้ห้องเรียนจะเต็มไปด้วยสื่อต่างๆ แต่ถ้าไม่มีพื้นที่ให้หยิบมาวาง หรือไม่มีเวลาให้หยิบมาเล่น สื่อ วัสดุ อุปกรณ์เหล่านั้นก็ไม่มีประโยชน์อะไรสำหรับเด็ก

"การจัดกระทำผ่านประสาทสัมผัส" หนึ่งในองค์ประกอบ 5 ข้อของ Active learning แบบไฮสโคป (HighScope)

          การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำอย่างมีชีวิตชีวา (Active Participatory Learning) ของหลักสูตรไฮสโคป เป็นแนวทางของประสบการณ์และกิจกรรมที่ผู้ใหญ่กับเด็กมีส่วนร่วมในการใช้เวลาร่วมกัน เน้นการพัฒนาศักยภาพของเด็กอย่างเต็มที่ มี 5 องค์ประกอบได้แก่ ทางเลือก (Choice), สื่อ วัสดุ อุปกรณ์ (Material), การจัดกระทำผ่านประสาทสัมผัส (Manipulation), ภาษาและการคิดของเด็ก (Child language and thought) และการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ (Adult Scaffolding)
          การจัดกระทำผ่านประสาทสัมผัส (Manipulation) คือ เด็กๆ มีโอกาสหยิบจับ สำรวจ ดำเนินการ ลงมือประกอบหรือเปลี่ยนแปลงสื่อ อุปกรณ์ต่างๆ ที่เลือกใช้ การที่เด็กสำรวจและจัดกระทำกับสื่อ วัสดุอุ ปกรณ์ต่างๆ โดยตรงทำให้เด็กรู้จัก คุ้นเคย เรียนรู้ ค้นพบคุณลักษณะ และความสัมพันธ์ของสื่อ วัสดุ อุปกรณ์เหล่านั้นด้วยตนเอง ผู้ใหญ่สามารถส่งเสริมเด็กในการจัดการสิ่งของต่างๆ อย่างอิสระ เช่น
          – ให้เด็กใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 สำรวจสื่อ อุปกรณ์อย่างกระตือรือร้น (ดมกลิ่นและชิมรสผักผลไม้)
          – ให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรงจากสื่ออุปกรณ์ เพื่อที่เด็กจะค้นพบความสัมพันธ์บางอย่างจากสื่ออุปกรณ์นั้นๆ (ใช้ไฟฉายส่องดูสิ่งของในที่มืด เด็กจะค้นพบว่าไฟฉายสร้างแสงสว่างได้)
          – ให้เด็กเปลี่ยนแปลงวัสดุ อุปกรณ์ หรือนำวัสดุอุปกรณ์มาใช้ร่วมกัน (ปักหลอดลงบนดินน้ำมันเพื่อสมมติว่าเป็นเค้กวันเกิด)
          – เตรียมเครื่องมือและอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับวัย (ดินสอหรือสีแท่งใหญ่สำหรับเด็กเล็กๆ)
ผู้ใหญ่คาดหวังว่าเด็กๆ ในห้องจะใช้อุปกรณ์เกี่ยวกับการอ่านและเครื่องเขียนด้วยวิธีการต่างๆ ตัวอย่างเช่น เด็กๆ อาจจะเปิดหน้ากระดาษ, ชี้และวงกลมตัวอักษร, วาด, ระบายสี, พิมพ์ภาพ และวิธีอื่นๆ ที่จะสำรวจและทำความเข้าใจตัวอักษร หรืออาจจะเปลี่ยนแปลงวัสดุ อุปกรณ์ให้เป็นตัวอักษร (ปั้นดินน้ำมันเป็นตัวอักษร) นอกจากนี้ เมื่อเด็กๆ ส่วนใหญ่สังเกตเห็นว่าการเขียนใช้สำหรับสิ่งสำคัญหลายๆ อย่างในโลกรอบตัวพวกเขา เช่น ใช้เพื่อทำรายชื่อ, จดรายการอาหาร, เขียนจดหมายและอื่นๆ ผู้ใหญ่จึงคาดหวังว่าเด็กๆ จะอยากใช้ (หรือทำท่าอยาก) การเขียนเพื่อทำงานบางอย่าง ตัวอย่างเช่น การที่เด็กผู้หญิงคนหนึ่ง มักจะกระบวนการเหล่านี้ซ้ำๆ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในกระบวนการเขียนและส่งจดหมาย
          – วางซองจดหมายไว้บนโต๊ะด้านหน้าตนเอง
          – ใช้มือสองข้างหยิบซองจดหมายขึ้นมา
          – เลียซอง 3 – 4 ครั้ง
          – ทุบซองจดหมายให้ปิดสนิท
          – พลิกกลับด้านแล้ววาดรูปหน้าซอง
          – ส่งจดหมายให้ใครสักคน

"ภาษาและการคิดของเด็ก" หนึ่งในองค์ประกอบ 5 ข้อของ Active learning แบบไฮสโคป (HighScope)

          การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำอย่างมีชีวิตชีวา (Active Participatory Learning) ของหลักสูตรไฮสโคป เป็นแนวทางของประสบการณ์และกิจกรรมที่ผู้ใหญ่กับเด็กมีส่วนร่วมในการใช้เวลาร่วมกัน เน้นการพัฒนาศักยภาพของเด็กอย่างเต็มที่ มี 5 องค์ประกอบได้แก่ ทางเลือก (Choice), สื่อ วัสดุ อุปกรณ์ (Material), การจัดกระทำผ่านประสาทสัมผัส (Manipulation),ภาษาและการคิดของเด็ก (Child language and thought) และการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ (Adult Scaffolding)
          ภาษาและการคิดของเด็ก (Child language and thought) เป็นการสื่อสารด้วยคำพูดหรือท่าทางของเด็ก เพื่ออธิบายสิ่งที่พบเห็น สิ่งที่คิด หรือสิ่งที่กำลังทำอยู่ เด็กสะท้อนการกระทำและรวบรวมประสบการณ์ใหม่ที่ได้รับเข้ากับความรู้เดิมที่มีอยู่ และปรับเปลี่ยนความคิดของตนไปตามนั้น ซึ่งทำให้เกิดความเข้าใจในสิ่งต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้นตามลำดับ ครูสามารถพบกระบวนการเหล่านี้ได้ผ่านภาษาพูดหรือภาษาท่าทางที่เด็กแสดงออก
          เมื่อเด็กเลือกเล่นมุมภาษา และใช้เครื่องเขียนเพื่อทำบางอย่าง ครูสังเกตและฟังเด็กอย่างตั้งใจ รอให้เด็กเป็นผู้ริเริ่มบทสนทนาเกี่ยวกับสิ่งที่กำลังทำ และระวังไม่ใช้ภาษาที่มีอิทธิพลหรือควบคุมประสบการณ์ของเด็ก (ครูไม่ใช้คำพูดของตนเพื่อบอกสิ่งที่เด็กกำลังทำ แต่รอให้เด็กบอกเล่าด้วยตนเอง)
          ตัวอย่างเช่น เด็กหญิงคนหนึ่งทำกิจกรรมอย่างเงียบสงบ (ไม่พูดอะไรในขณะที่ตกแต่งซองจดหมายอยู่) แต่เมื่อเธอทำซองจดหมายแต่ละอันเสร็จ เธอจะมอบซองจดหมายนั้นกับคนใดคนหนึ่ง แล้วบอกว่า “นี่ของเธอจ้ะ” คุณครูนั่งอยู่ใกล้ๆ เด็กผู้หญิงที่ตกแต่งซองจดหมายอยู่สักครู่หนึ่ง แล้วเธอก็มอบซองจดหมายให้คุณครูหนึ่งซอง พร้อมพูดว่า “นี่ค่ะ หนูทำให้ครู”
          เห็นได้ว่า ครูไม่จำเป็นต้องถามว่า “หนูทำอะไรอยู่คะ” หรือ “หนูทำให้ใครคะ” ครูเพียงแค่นั่งสังเกตพฤติกรรมหรืออาจจะหยิบเครื่องเขียนมาเขียนอะไรบางอย่าง แต่ในที่สุด เด็กก็แสดงภาษาและการคิดของตนเองออกมาด้วยการนำซองจดหมายที่ตกแต่งเสร็จมาให้ครูและเพื่อนๆ พร้อมกับคำพูดแสดงถึงความตั้งใจที่จะมอบซองจดหมายให้
ภาษาและการคิดของเด็กที่มักจะสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน คือ
– เด็กพูดเกี่ยวกับประสบการณ์ของตนเอง เช่น “หนูไปเที่ยวได้ดูพาเหรดด้วย มีคนแต่งชุดเจ้าหญิง มีหมีด้วย” “รถตักมันตักแบบนี้นะ (ทำมืองอลง แล้วตักไปที่พื้น) แล้วมันก็มีทรายขึ้นมาด้วย”
– เด็กพูดเกี่ยวกับสิ่งที่ตนเองเห็นและทำ โดยใช้ถ้อยคำของเด็กเอง เช่น เล่นตุ๊กตาม้า แล้วพูดว่า “ม้าขี่ ฮี่ กับ กับ ม้าขี่ไปเลย” หรือเล่นต่อบล็อกไม้เป็นร้านขายสัตว์ แล้วเล่าว่าตนเองต่อบล็อกอย่างไร ในร้านตนเองมีสัตว์อะไรขายบ้าง .

"การสนับสนุนจากผู้ใหญ่" หนึ่งในองค์ประกอบ 5 ข้อของ Active learning แบบไฮสโคป (HighScope)

          การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำอย่างมีชีวิตชีวา (Active Participatory Learning) ของหลักสูตรไฮสโคป เป็นแนวทางของประสบการณ์และกิจกรรมที่ผู้ใหญ่กับเด็กมีส่วนร่วมในการใช้เวลาร่วมกัน เน้นการพัฒนาศักยภาพของเด็กอย่างเต็มที่ มี 5 องค์ประกอบได้แก่ ทางเลือก (Choice), สื่อ วัสดุ อุปกรณ์ (Material), การจัดกระทำผ่านประสาทสัมผัส (Manipulation), ภาษาและการคิดของเด็ก (Child language and thought) และการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ (Adult Scaffolding)
          การสนับสนุนจากผู้ใหญ่ (Adult Scaffolding) หมายถึง การที่ผู้ใหญ่สนับสนุนความสามารถตามพัฒนาการระดับปัจจุบันของเด็ก กระตุ้นและส่งเสริมด้วยวิธีการต่างๆ อย่างนุ่มนวลให้เด็กพัฒนาความสามารถไปสู่ระดับที่สูงขึ้น ผู้ใหญ่ต้องเข้าใจและยอมรับว่าเด็กสามารถคิดหรือทำสิ่งต่างๆ ได้ตามระดับพัฒนาการของแต่ละคน การที่จะพัฒนาความคิดหรือพฤติกรรมต่างๆ ให้พัฒนาขึ้นต้องใช้เวลา แต่ผู้ใหญ่แสดงการรับรู้และส่งเสริมความมุ่งมั่นตั้งใจ การแก้ปัญหาและการสร้างสรรค์ของเด็ก เพื่อให้เด็กพัฒนาไปสู่ความสามารถที่สูงขึ้นได้ โดยการปฏิบัติดังนี้
          – ผู้ใหญ่ให้ความร่วมมือกับเด็ก เช่น นั่งลงเล่นหรือทำกิจกรรมกับเด็ก เพื่อให้ร่างกายอยู่ในระดับเดียวกัน (ความสูง, สายตา, มุมมอง), ปฏิบัติตามความคิดและความสนใจของเด็ก
          – ผู้ใหญ่ค้นหาเจตนาของเด็ก เช่น ยอมรับการเลือกและการกระทำของเด็ก, สังเกตว่าเด็กทำอย่างไรกับเครื่องมือ, ใช้อุปกรณ์ต่างๆ ด้วยวิธีการของเด็ก, ตั้งคำถามเกี่ยวกับความตั้งใจของเด็ก
          – ผู้ใหญ่ฟังและสนับสนุนความคิดของเด็ก เช่น รับฟังเกี่ยวกับงานหรือการเล่นของเด็ก, สนทนากับเด็กเกี่ยวกับสิ่งที่พวกเขาทำหรือคิด, ให้ความสนใจในการกระทำหรือความคิดของเด็ก, แสดงความคิดเห็นเพื่อทวนซ้ำ ขยายความและส่งเสริมสิ่งที่เด็กพูด, หยุดรอชั่วครูเพื่อให้เวลาเด็กคิดหรือรวบรวมความคิดก่อนแสดงออกมาผ่านคำพูด (ไม่ต้องพูดแทน หรือแสดงออกว่ารู้สิ่งที่เด็กคิด)
          – ผู้ใหญ่สนับสนุนให้เด็กทำสิ่งต่างๆ ด้วยตนเอง เช่น รออย่างอดทนขณะที่เด็กทำบางอย่างอย่างอิสระ, แสดงความเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น (อุบัติเหตุหรือความผิดพลาดต่างๆ เช่น เทน้ำแล้วหก), ส่งเสริมให้เด็กตั้งคำถาม, ตอบคำถามของเด็กเสมอ, ยอมรับคำตอบของเด็ก และอธิบายเมื่อเด็กทำผิด
          ตัวอย่างเช่น การที่ผู้ใหญ่ยอมรับว่าเด็กเป็นผู้เริ่มต้นในการสร้างความเกี่ยวข้องระหว่างการพูดและภาษาเขียน และยอมรับว่าเด็กๆ สามารถเขียนอะไรบางอย่างตามที่ตัวเองต้องการได้ พวกเขาเข้าใจว่าการเขียนของเด็กเริ่มต้นด้วยลายเส้นและการวาด ค่อยๆ พัฒนาผ่านความผิดพลาดจนเกิดเป็นตัวอักษรที่รู้จัก คุณครูของ Callie จึงส่งเสริมและสร้างความสนใจในขั้นตอนการเขียน และสนับสนุนความพยายามในการเขียนของเด็ก ตามสถานการณ์ที่คุณครูเล่าดังนี้
          ฉันนั่งดูสิ่งที่เด็กๆ ทำอยู่ที่โต๊ะศิลปะ เมื่อเด็กหญิงคนหนึ่งเขียนตัวอักษร A หลายๆ ตัว ฉันอยากให้เธอรับรู้ถึงความสำเร็จของเธอ จึงพูดว่า “Callie เธอเขียนตัว A ลงบนซองจดหมายของฉันด้วยได้ไหม”
          “นั่นชื่อของครูนี่คะ” เธอบอกฉัน
          “A จาก Ann” ฉันตอบรับ “A เป็นตัวอักษรแรกของชื่อฉันจ้ะ”
แต่เมื่อ Callie ให้ซองจดหมายแก่ Linda เธอโยนมันลงบนพื้นแล้วพูดว่า “มันไม่ใช่ชื่อฉัน ชื่อฉันสะกดว่า L – I – N – D – A”
          Linda อายุ 5 ขวบ สามารถเขียนชื่อของตัวเองและคำศัพท์ง่ายๆ บางคำได้บ้าง ฉันอยากจะยอมรับทั้งทักษะของ Linda และสนับสนุน Callie ฉันจึงพูดว่า “นั่นเป็นวิธีที่เธอสะกดชื่อตัวเองจ้ะ Linda แต่ Callie เขียนตัวอักษรแรกของชื่อ Linda ไงจ๊ะ เธอใช้ตัวอักษร L แทนชื่อทั้งหมดของหนู”
         ฉันยังค้นพบว่าเมื่อฉันจะเปิดซองจดหมาย Callie หยุดฉันไว้ไม่ให้ทำ ฉันต้องการจะเคารพความตั้งใจของเธอ ฉันจึงหันซองไปอีกด้านเพื่อให้เห็นด้านหน้าซอง
“นี่คือสิ่งที่เธอต้องการให้ฉันรึเปล่า” ฉันถาม และมองดูด้านหน้าซองจดหมาย
          “ใช่แล้ว นั่นคือสิ่งที่หนูทำให้คุณ” Callie ตอบรับ ก่อนจะหันอีกด้านของซองจดหมายและเริ่มกระบวนการเขียนใหม่อีกครั้ง ชัดเจนว่า Callie สนใจแค่การเขียนด้านนอกซอง ไม่ได้ตั้งใจจะใส่อะไรในซองจดหมาย
          เรียบเรียงบางส่วนจาก The HighScope Preschool Curriculum (หน้า 51 – 52 และหน้า 54)